"คนร้ายขโมยพระหยก "

เมื่อวันที่ ๑๐, ๑๖, ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ มีคนร้ายได้โจรกรรมพระหยกของวัดอู่ทรายคำ จำนวน ๙ องค์ กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ได้ทั้งหมด แต่คนร้ายไม่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิด จึงหวนกลับมาจะขโมยอีกครั้งเป็นครั้งที่ ๔ พระเณรและชาวบ้านจำหน้าได้ และได้ล้อมคนร้ายไว้ แล้วแจ้งตำรวจจับกุมได้   คนร้ายยังปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าภาพในวงจรปิดเป็นตัวเองจริง แต่ไม่รับว่าตัวเองขโมย จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ได้เปิดวีซีดีวงจรปิดให้ภรรยา่และลูกได้ดู ภรรยาและลูกได้ขอร้องให้รับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน แต่คนร้ายไม่ยอมบอกว่าเอาพระพุทธรูปไปขายที่ไหน อ้างว่าจำไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขยายผล เพราะเชื่อว่าแก้งลักพระแก้งนี้เป็นแก้งใหญ่ มีเป้าหมายในพระหยกองค์ใหญ่ที่ท่านเห็นอยู่ในเว็บไซด์ แต่เอาไม่ได้เพราะได้มีการป้องกันไว้อย่างแน่นหนา มีสัํญญาณกันขโมย กล้องวงจรปิดถึง ๙ ตัว และประตูวิหารถึง ๒ ชั้น คนร้า่ยก็เลยเปลี่ยนมาเอาองค์เล็ก ๆ ไป (ดูคนร้ายจากภาพ)

คนร้ายถูกจับมัดติดเสา อายุ ๕๔ ปี

ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.กองเมืองเชียงใหม่ กำลังสอบสวนคนร้ายภายในวัด

..................................................

ขอขอบคุณอนุโมทนา

      ร้อยตำรวจตรี สมคิด ภูสด  ร้อยเวรเจ้าของคดี และฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองเชียงใหม่                                             ที่เอาใจใส่จนสามารถจับคนร้ายได้ และ

      ดาบตำรวจศุภฤกษ์ วงค์รัตน ตำรวจจราจร ผู้่ประสานงาน และอำนวยความสะดวกจนงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

      จึงขออนุโมทนามาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ทำคดีนี้ ขอให้มีความสุขความเจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงานตลอดไป