นายคำปัน
อินใจดี เล่าว่าได้มาชมความงามของพระสิงห์หยกแล้วกราบขอพรใช้สองมือแตะไปที่ก้อนหยก
แล้วส่งกระแสจิตไปที่องค์พระสิงห์หยก สักครู่มีความรู้สึกอย่างแรงว่าก้อนหยกหนัก
773 กิโลกรัม ไหลตามกระแสจิตไปทางซ้าย-ขวา ตามที่ตนเองต้องการ
ทำให้นายคำปันตกตะลึงและแปลกใจว่า มันเป็นไปได้อย่างไร เป็นเพราะอะไร
แต่เขาเชื่อว่าต้องเป็นความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระสิงห์หยกแน่นอน
จากนั้นเขาก็จะหาโอกาสตอนเช้าๆประมาณ 7 โมงเช้า มานมัสการไม่น้อยกว่า
10 ครั้ง แต่ครั้งหลังๆไม่ปรากฏเหมือนครั้งแรก เขาประหลาดใจเขาบอกว่าอาจเพราะจิตเขาไม่นิ่งพอ
อยากรู้จดหมายไปถามเขาได้ บ้านไม่มีเบอร์โทรศัพท์
3.นางสมัส
ประยูรเตชม อายุ 69 ปี
139/136
ม.1 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
นางสมัส
ได้ยินเขาเล่าว่ามีพระสิงห์หยกในวัดอู่ทรายคำ อยากจะมาเห็นกับตา
อยากจะมากราบไหว้ พอมาเห็นกับตาก็ชื่นชอบและเลื่อมใส ครั้งแรกเธอประนมมือขึ้ระลึกถึงพุทธคุณ
ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วหลับตาส่งจิตไปที่องค์พระสิงห์หยก พอหลับตาหู่แววเสียงเบาๆสอนเธอ
ว่าให้ลดความโกรธลงบ้างๆ ว่าซ้ำๆหลายครั้ง เธอขนลุกซู่ทั้งตัว
ก้มลงกราบน้อมรับคำสั่งสอน เธอเชื่อว่าเป็นคำสั่งสอนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาองค์พระสิงห์หยกแน่นอนเธอปักใจเชื่อเช่นนั้น
1 เดือนต่อมาเธอก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เธอไปที่ก้อนหยกใหญ่ 773
กิโลกรัม ที่ตั้งข้างๆองค์พระสิงห์หยก ใช้ฝ่ามือสองข้างแตะลงไปที่ก้อนหยกใหญ่
ส่งจิตไปถึงพระสิงห์หยก เธอเล่าว่าก้อนหยกใหญ่ได้ดูดเธอ ก้อนหยกก็สั่นและไหลไปตามมือของเธอ
ตามที่เธอต้องการให้ไปซ้ายบ้างขวาบ้างช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ เล่าให้ใครฟังคงไม่มีใครเชื่อแต่มันเกิดขึ้นกับเธอจริงๆ
และต่อมาอีกหลายครั้งๆเธอมากราบไหว้พระสิงห์หยก แต่ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ให้เจ้าอาวาสฟัง
มาครั้งใดเธอจะให้เด็กขออนุญาตเจ้าอาวาสเพื่อนมัสการพระสิงห์ทุกครั้ง
ท่านผู้ใดสนใจลองจดหมายไปถึงเธอดู
โทรศัพท์เธอไม่มี
4.น.ส.อุทัย
พึ่งเดช อายุ 73 ปี
6
ถ.ช้างม่อย ซอย 3 ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
ทุกวันพระน.ส.อุทัยจะมาไหว้พระ วันหนึ่งหลังจากไหว้พระเรียบร้อย
ได้นั่งสำรวมกาย วาจา ใจ กลางวิหาร ต่อหน้าพระสิงห์หยกเธอเพ่งดูพระพักตร์เห็นแสงรัศมีเกิดขึ้นสวยงามมาก
ครั้งแรกไม่เชื่อสายตาตัวเองนึกว่าตาฟาด ขยี้ตา แล้วเพ่งอีกครั้งก็ยังเห็นเหมือนเดิม
ป้าอุทัยก้มกราบด้วยความเคารพนพเกรงยิ่งนักปกติป้าอุทัยจะเป็นคนเงียบไม่ชอบพูดคุยกับผู้ใดมากนัก
จากนั้นป้าอุทัยก็วนเวียนมากราบพระสิงห์หยกเป็นประจำ อยากทราบติดต่อสอบถามเจ้าตัวได้ตามที่อยู่
5.นายศุภชัย
กันทะ อายุ 30 ปี อาชีพช่างซ่อมมอเตอร์ไซด์
บ้านหนองหอย
ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่
นายศุภชัย
กันทะ ได้ทราบข่าวว่ามีการสร้างพระหยกและมีพิธีพุทธาภิเษก ครั้งแรกจะมาจ้องมองพระสิงห์หยกนานนับชั่วโมง
ทุกคนสงสัยว่า ชายคนนี้มาทำอะไรถึงนานแสนนานเช่นนี้ นั่งจองแต่พระสิงห์หยกอยู่นั่นแหละ
เขาบอกว่าเขาชอบพระองค์นี้มากศิลปะงดงามถูกใจเหลือเกิน
1 เดือนต่อมา นายศุภชัยถือดอกไม้มาไหว้พระนั่งคุยเขาต่อหน้าพระสิงห์หยกได้ยินเสียงสวดมนต์ในลำคอเบาๆพอได้ยิน
จากนั้นได้นำดอกไม้ถวายพระหยกแล้วเล่าให้ฟังว่า
เขาฝันเห็นพระสิงห์หยกองค์นี้แหละนั่งประทับบัลลังค์อย่างสง่างามมาก
แผ่รัศมีออกมาเป็นเจ็ดสี มีแสงสว่างไสว นายศุภชัยสะดุ้งตื่นนอนเขานอนไม่หลับอีกเลย
เพราะเกรงบารมีท่านมาก ทีแรกนึกว่าคงจะฝันๆไปอย่างนั้นแหละหรือเป็นการบังเอิญก็ได้
เขาปลอบใจตัวเอง
ต่อมาคืนที่ 2 คืน 3 คืนที่ 4 ก็ฝันเหมือนเดิม ชักเอ๊ะใจว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น
อาจจะล่วงเกินท่านด้วยกาย วาจา ใจ ตอนพุทธาภิเษกใหม่ๆก็ได้ เกิดความไม่สบายใจ
ทนไม่ไหวจริง ๆ เลยตัดสินใจมาขอขมาอีกครั้ง
วันที่มาขอขมาได้นั่งคุกเข่าตรงหน้าพระพักตร์
กล่าวคำ ขออภัยที่ล่วงเกิน ด้วยกาย วาจา ใจ โดยไม่มีเจตนาจะจ้องหน้าท่านนานเกินควร
ขออโหสิกรรมให้ด้วย แล้วก้มลงกราบ พอแหงนหน้าดูพระพักตร์อีกครั้ง
ขนหัวของนายศุภชัยลุกซู่สั่นไปทั่วทั้งตัว เกิดความเกรงขามในบารมีพระสิงห์หยกยิ่งนัก
เขาละล้ำละลึกว่าเกิดอะไรไม่รู้กับเขาเชื่อว่าต้องมีเทวดารักษาแน่
ๆ และเชื่อว่าพระบรมสาริกธาตุที่บรรจุบนพระเศียรแผ่บารมีมายังผู้ที่นับถือท่านอย่างบริสุทธิ์ใจแน่นอน
ติดต่อสอบถามความจริงได้กับศุภชัยได้ตลอด
6.นายปุณณัตก์
กันแสง อาชีพมัคคุเทศก์ (27 ต.ค. 2548)
บ้านดอนชัย
ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โทร.01-602-6805
ปุณณัตก์บอกว่ามาทำงานที่เชียงใหม่
6 ปี แล้วแต่ไม่รู้ว่ามีพระหยกที่นี่พอรู้ก็เลยรีบมาเลย พอมาถึงก็จุด
เทียน ธูป บูชา พระสิงห์หยก กล่าวคำนมัสการจบ ก้มกราบเกิดปรากฏการณ์ขนลุกทั้งตัว
มีความรู้สึกว่าขนหัวตั้งขึ้น เขาพยายามจะใช้มือเขย่าศีรษะตัวเองเบาๆก็ยังไม่หาย
เขาไม่แน่ใจว่าอะไรเกิดขึ้นกับเขากันแน่ เขานั่งสงบนิ่งจนเป็นปกติ
จากนั้นก็ไปอธิษฐานที่ก้อนหยกใหญ่เพื่อสื่อไปถึงองค์หยกขนลุกซู่ขึ้นอีกครั้งเขามีความรู้สึกว่าพระสิงห์หยกเป็นเทพและดูเหมือนจะมีชีวิตจริงๆ
เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาจึงเชื่อเช่นนั้น
เขาบอกว่ามีโอกาสพานักท่องเที่ยวไปตามวัดต่างๆมากมาย
ก็ไม่เคยมีความรู้สึกอย่างนี้เลย เขาพูดว่าพระสิงห์องค์นี้มิใช่พระพุทธรูปธรรมดาต้องมีองค์เทพรักษาอย่างแน่นอน
เขาบอกว่าผมจะมาอีกหลายครั้งและจะแนะนำคนให้มากราบไหว้สักการะด้วย
อยากรู้เป็นความเท็จจริงประการใดโทรถามเขาได้เลย
7.นางณัฐสินี
อรรถจินดา (29 ธ.ค. 2548)
168
ม.1 บ.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โทร.04-647-7170
นางณัฐสิน
กล่าวว่าได้มาไหว้พระสิงห์หยกเพื่อขอพรและได้อธิฐานโดยใช้มือสัมผัสก้อนหยกส่งจิตถึงพระสิงห์หยก
ได้ปรากฏเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง กล่าวคือ เหมือนมีกระแสคลื่นน้ำมากระทบศรีษะเป็นระลอกๆเย็นไปทั่วตัวเป็นเวลาตลอดการอธิฐานจิต
หลังจากเสร็จจากการอธิฐานแล้ว ได้สำรวจดูก้อนหยกว่าจะสามารถเคลื่อนไหวได้โดยง่ายหรือไม่
ปรากฏว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่ก้อนหยกหนักถึง 773 กิโลกรัม จะเคลื่อนไหวได้
โดยง่าย จึงยังความปลื้มปิติ มาสู่ตัวเธอ และเชื่อว่าพระสิงห์หยกท่านให้พรที่ได้อธิฐานขอไว้
เชื่อหรือไม่ สอบถามตามเบอร์โทรได้ตลอด
8. พระนพรัตน์ สิริมงฺคโล (วันพุธที่
8 มี.ค. 2548)
วัดหนองบัวหิ่ง
ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ
จ.ราชบุรี
โทร. 04-807-8597
พระนพรัตน์
สิริมงฺคโล ได้กล่าวว่าได้ยินกิตติศัพท์ ความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามของพระสิงห์หยกจากพระที่เคยมานมัสการและชมบารมีของพระสิงห์หยกมาแล้วว่างดงามตามศิลปล้านนา
จึงตัดสินใจขึ้นมาเชียงใหม่เข้าไปนมัสการขอพรด้วยตนเอง
หลังจากนั่งเรียบร้อย
ท่านจึงตั้งใจกราบพระสิงห์หยกขออนุญาตชมความงามของพระสิงห์หยก
จากนั้นได้เข้าไปนั่งสมาธิใกล้องค์พระสิงห์หยกและนั่งติดก้อนหยกหนัก
773 กิโลกรัม เอามือแตะแผ่นหยกอธิษฐานแล้วนั่งสมาธิ จนจิตสงบอย่างรวดเร็ว
ท่านจึงส่งกระแสจิตไปที่ก้อนแผ่นหยกเพื่อขอพรผ่านไปที่องค์พระสิงห์หยก
นิ่งสักพัก ร่างกายของท่านเกิดกระตุกอย่างแรงติดต่อกันถึงสองครั้ง
พร้อมกับมีไอร้อนออกจากร่างกาย รู้สึกมีลมพัดมาเบาๆ เป็นช่วงๆ
ท่านเข้าใจว่าก้อนหยกจะดูดไอร้อน ไอพิษออกจากร่างกาย ท่านมีความรู้สึกอย่างนั้น
ท่านแปลกใจมาก มีเหตุอัศจรรย์อะไรเกิดขึ้น ท่านเคยฝึกนั่งสมาธิมาเป็นอย่างดีไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
ท่านเชื่อว่าแรงกระตุกคงเกิดจากพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของก้อนหยก
และอำนาจบารมีของ
พระสิงห์หยกด้วย และเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดทุกคน เกิดเฉพาะคนพิเศษจริงๆเท่านั้น
เท็จจริงอย่างไร
โทรสอบถามได้ ท่านยินดีเล่าให้ฟัง
แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้มันอยู่เหนือการพิสูจน์สัมผัสของมนุษย์
สิ่งเหล่านี้จะเชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ได้ ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร สาระมันอยู่ที่ว่า
ถ้าเชื่อแล้วหรือไม่เชื่อเลย ชีวิตของท่านมีความสุขไหมและถ้าเชื่อแล้วมีความสุขความหวังมีกำลังใจก็น่าเชื่อ
แต่ถ้าเชื่อแล้วมีแต่ความทุกข์ อย่าเชื่อเสียเลยดีกว่า สาธุฯ